รำลึก 129 ปี รัชกาลที่ 5 เสด็จเยือนยุโรป จุฬาฯ ส่ง ChulaThaiYO โชว์สุดพิเศษ ร่วมเฉลิมพระเกียรติบนแผ่นดินสวีเดน
19 กรกฎาคม 2569 เป็นวันครบรอบ 129 ปี การเสด็จประพาสราชอาณาจักรสวีเดนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จพระราชดำเนินเมื่อปี พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกของพระองค์ เพื่อทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักและรัฐบาลยุโรป ศึกษาความก้าวหน้าด้านการบริหารประเทศ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ตลอดจนทรงแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงความเป็นชาติเอกราชของสยาม ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ
ในวาระสำคัญนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สถาปนาโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เตรียมส่งวงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CHULA THAIYO) และคณะกว่า 40 ชีวิต เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ ณ ศาลาไทย เมืองรากุนดา ประเทศสวีเดน ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569
โดยวันที่ 10 กรกฏาคม 2569 ที่ห้อง Mini Hall ชั้น 5 อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้จัดงานได้เปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมชมการแสดงของคณะนิสิตที่จะเดินทางไปแสดงที่ประเทศสวีเดน และสัมภาษณ์ผู้บริหารมหาวิทยาลัย นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติและศิลปินแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยตัวแทนนักศึกษา เพื่อถ่ายทอดความตั้งใจและการเตรียมความพร้อมที่จะไปร่วมงานครั้งนี้
โดย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร บอกเล่าว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งชื่อตามพระนามของล้นเกลารัชกาลที่ 5 ดังนั้นทุกพื้นที่ในมหาวิทยาลัยคือการพัฒนาเยาวชนในทุกรูปแบบ รวมทั้งการส่งเสริมและถ่ายทอดงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมด้วย
“วันนี้เราได้เห็นศักยภาพของนิสิตที่สร้างผลงานในระดับโลก และนานาชาติ ก่อนหน้านั้นก็ไปแสดงที่ญี่ปุ่น ที่เปรู แต่ครั้งนี้เราไปสวีเดน เราไม่ได้พูดถึงการเดินทางไปต่างประเทศ แต่เป็นการแสดงออกถึงความสามารถของนิสิตเยาวชนของเรา และเรื่องของวัฒนธรรม ดนตรี ทักษะ การฝึกซ้อม วินัย ความขยันหมั่นเพียร เหล่านี้ต่างหากที่ประยุกต์เข้ากับทุกเรื่อง และเราอยากเห็นความงามสุนทรียภาพ การแสดงดนตรี และศิลปะให้ชาวโลก โดยเฉพาะชาวไทยที่อยู่สวีเดนได้สัมผัส พร้อมกันนั้นเรามีความภาคภูมิใจที่นิสิตจะได้เผยแพร่วัฒนธรรม และส่งทอดต่อมายังเยาวชนรุ่นหลัง รุ่นสู่รุ่น นี่คือคุณค่าของการพัฒนานิสิตและมหาวิทยาลัยของเราครับ“
ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ เสริมถึงที่มาที่ไปของการที่จุฬาเข้าไปร่วมงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ว่า มีจุดเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของท่านอธิการบดี ที่ผลักดันวงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็นวงประจำมหาวิทยาลัยอีกรูปแบบหนึ่ง ถือเป็นวงดนตรีไทยขนาดใหญ่เทียบเท่าวงออร์เคสตราแห่งแรกของมหาวิทยาลัยไทย มีสมาชิกกว่า 80 คน ซึ่งการเผยแพร่ผลงานในระดับนานาชาติหลายครั้งที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ ทำให้คนไทยที่มีใจรักในพระองค์ท่าน ชาวสวีดิช และคนไทยที่อยู่ที่นั่น เชิญให้ทางวงของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแสดงความสามารถ ถือเป็นครั้งสำคัญที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ และครุศาสตร์ของจุฬาร่วมมือกันนำศิลปวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่ด้วย
ส่วน ดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ในฐานะผู้ควบคุมและฝึกสอนการแสดง กล่าวว่า ได้เตรียมการแสดงทั้งการพัฒนาและการสร้างสรรค์ไปทั้งหมด 7 ชุด ทั้งนี้ ซึ่งทำการฝึกซ้อมกันหนักมาก ซึ่งไฮไลทหนึ่งบนเวทีคือนำบทเพลงที่แต่งใหม่เกี่ยวกับ 129 ปีเสด็จประพาสไปโชว์ โดยมอบหมายให้คณะศิลปกรรมศาสตร์คิดท่าร่ายรำ ซึ่งถือว่าเป็นของสูงในการแสดง
“นอกจากนี้ยังมีการเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การแสดงโขนไทย มโนราห์บูชายัญ ที่เป็นมรดกโลก และนำเพลงประเพณี สงกรานต์ บวชนาค ลอยกระทง มาร้อยเรียงในแบบสร้างสรรค์ให้ทุกคนมาร่วมรำวงกัน และที่เป็นไฮไลท์อีกอย่าง คือนำเพลงสวีเดน มาบรรเลงในสไตล์แจ๊ส แต่เล่นผ่านรูปแบบดนตรีไทย เชื่อว่าจะสร้างความประทับใจให้แก่ทุกคนที่ได้รับชมอย่างแน่นอน”
ทางด้านตัวแทนนิสิตที่ร่วมเดินทางไปทำการแสดง ได้แก่ นายภาวัช ศิลป์จารุ-นางสาวมัลลิกา รัตนสำเนียง นิสิตฝ่ายดนตรี และนายธัญธร ทรัพย์สมบูรณ์ -นางสาวเจติยา โลหะเจริญ นิสิตฝ่ายการแสดง บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกตื่นเต้น และภาคภูมิใจมาก จะตั้งใจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่ออวดสายตาชาวโลก และแสดงถึงความจงรักภักดี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสถาปนาสถาบันอันเป็นที่รักของทุกคน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ สมาคมเพื่อจุฬาฯและสมาคมวัดปิยะธรรมมาราม บิสพ์โปร์ดเดน : Kung Chulalongkorns Meditation Centre เทศบาลเมืองรากุนดา สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจเมืองรากุนดา และเครือข่ายประชาชนในท้องถิ่น












No comments